Grid – เหยียบมิดไมค์เกมภาคต่อของสายเลือดนักแข่งรถ

37

ภายหลังห่างหายไปนาน 5 ปีสำหรับซีรีส์เกมแข่งรถสุดตื่นเต้นอย่าง Race Driver: GRID สุดท้าย เกม GRID ก็กลับมาอีกรอบในเวอร์ชั่น 2019


หรือภาค Reboot ภายหลังกลุ่มปรับปรุง Codemasters มุ่งสร้างเกม DiRT4, DiRT Rally 2.0 รวมทั้งซีรีส์ F1 กระทั่งเกมเมอร์ขาซิ่งหลายรู้สึกว่า GRID โดนละทิ้งไปแล้วซะอีก

Hero_Grid_2019

แน่ๆว่ากลุ่ม Codemasters มีประสบการณ์ด้านสร้างเกมแข่งรถมานานสองทศวรรษ และก็เกมดังที่กล่าวถึงมาแล้วเป็นเกมที่ผู้เล่นขาซิ่งผู้คนจำนวนมากรอ เหล่าเกมเมอร์ (รวมทั้งนักเขียน) ก็เลยสร้างมาตรฐาน แล้วก็คาดหมายกับเกมนี้สูงมากมาย แล้วการกลับมาของ GRID ภาคนี้จะสมควรต่อการรอ 5 ปีไหม ? พวกเรามาเจอคำตอบกับบทความรีวิว GRID 2019 กันเลยนะครับ

Career Mod

เกม GRID 2019 (แต่นี้ต่อไปจะเรียกว่า “GRID”) ไม่มีโหมดเรื่องราว แม้กระนั้นเป็น Career Mode ที่เกมเมอร์จำต้องไต่เต้า เปลี่ยนเป็นแชมป์รายการแข่ง Showdown ของรถยนต์แต่ละคลาส แล้วก็คว้าถ้วยรางวัล GRID World Series มาให้ต้องได้ ซึ่งเป็นโหมดเกมที่พรีเซ็นท์เหมือนเกมแข่งรถอื่นๆทั่วๆไป มันก็ไม่ได้มีเอกลักษณ์พิเศษอะไร แม้กระนั้นก็เข้าถึงง่ายดายๆด้วยเหมือนกัน

Hero_Grid_2019

ตอนเริ่มของ Career Mode ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นจำพวกการแข่งขันชิงชัยแบบไหนก็ได้ระหว่าง Touring, Stock, Tuner, GT, Fernando Alonso (แคมเปญสู้กับนักแข่งรถ Formula One มีชื่อ) รวมทั้ง Invitational ต่อจากนั้นก็ซื้อรถยนต์แล้วเริ่มแข่งในทันที โดยแต่ละอีเว้นท์จะมีความยาวสำหรับการเล่นแตกต่าง บางอีเว้นท์บางทีอาจแข่งขันสนามเดียว บางอีเว้นท์บางทีอาจแข่งขันนานถึง 3 สนาม

Hero_Grid_2019

แล้วถ้าผู้เล่นชนะการแข่งขันชิงชัยโดยมีคะแนนทัวน์ทุ่งนาเมนต์สะสมรวมเป็นชั้นสามขึ้นไปหรือตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัล ค่าประสบการณ์ระหว่างการประลอง ตัวอย่างเช่นการดริฟต์ การแซงคู่ปรปักษ์โดยไม่ชน ขับจักจี้ข้างหลังในระยะห่างที่สมควร อื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งปลดล็อกอีเว้นท์การแข่งขันชิงชัยถัดไปเรียงลำดับแนวราบถัดไปเรื่อยจนกระทั่งอีเว้นท์จุดหมายอย่าง Showdown ที่จำต้องปะทะกับกลุ่ม Ravenwest ซึ่งเปรียบได้ดั่งเป็นกลุ่มคู่แข่งขันชั่วนิจนิรันดร์ที่มักแสดงตัวเป็น “บอส” ของ GRID ทุกภาค และก็สะสมถ้วยรางวัลจากการแข่งขันชิงชัยจนได้ลงแข่งขัน GRID World Series

ตัวเกม

หากแม้คอนเทนต์จะน้อยนิด แม้กระนั้นเกมเพลย์ของ GRID ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตน ด้วยระบบการควบคุมรถยนต์แบบซิมเคด (ครึ่งสมจริงสมจังครึ่งหนึ่งอาร์เคด) ที่ย้ำขับสนุกสนาน ดริฟต์ง่ายเพียงแค่สัมผัสเบรกมือ แม้กระนั้นตัวเกมยังคงมีส่วนประกอบแนวเหมือนจริง อย่างระบบความย่ำแย่ของรถยนต์ การเบรกตามจังหวะเลี้ยว รวมทั้งอื่นๆก็เลยทำให้เกมการเล่นเหมาะกับผู้ที่เคยมีประสบการณ์เล่นเกมขับขี่รถมาก่อน



สำหรับคนพึ่งจะฝึกหัดเล่นเกมแข่งรถก็สามารถสนุกกับเกมนี้ได้ด้วยระบบ Flashback ที่ถ้าเกิดเกมเมอร์เลี้ยวพลาดออกนอกสนาม หรือชนจนกระทั่งรถยนต์เสียหายหนัก ผู้เล่นสามารถกดปุ่มเพื่อย้อนอดีตกลับไปปรับแก้สิ่งที่บกพร่องอีกรอบ พร้อมระบบตั้งค่า Assist ซึ่งสามารถเปิด/ปิดระบบต่างๆและก็หรูหราความยากให้ลงคะแนนแต่ว่า Easy, Normal, Hard กับ Very Hard ซึ่งจะเลือกเล่นแบบไหน สุดแล้วแต่สไตล์การเล่นเกมของแต่ละคน


ติดตามข่าวสารเกมใหม่ได้ก่อนใครที่: KINGZGAME


ขอบคุณบทความดีๆจากเว็บ: gamingdose.com